ป่าในใจ ป่าในความจริง: ภาวนาเพื่อเข้าใจตนเองและการเดินทางเข้าสู่ป่าเสมือน

#เสียงแว่วจากธรรมชาติ #บทเรียนจากsss


"ภายใต้ความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า ที่นี่ ความงดงามและสรรพชีวิตต่างเบิกบานและหลากหลาย ชีวิตบังเกิดใหม่ในทุกวินาที... "


บทภาวนาในกิจกรรม "คืนสู่ธรรมชาติของใจ" ในธีม {ป่าดงดิบ} ที่เพิ่งผ่านไปเมื่อเดือนที่แล้วบรรยายถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าเพื่อพาผู้เข้าร่วมไปสัมผัสกับความอุดมสมบูรณ์ของชีวิตในช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนจะน้อมใจให้กลับมาที่ร่างกายของตัวเองอีกครั้ง


ในสถานการณ์ที่ทุกคนบนโลกไม่เว้นแม้แต่ตัวเราเองกำลังวุ่นวายอยู่กับความทุกข์ใจและความเป็นความตายที่อยู่ใกล้แค่ปลายจมูก เราทุกคนไม่อาจรู้ได้เลยว่าในวันนี้หรือวันพรุ่งนี้เราหรือใครจะเป็นหนึ่งในผู้ประสบเคราะห์ภัยหรือไม่ และจะมีโอกาสได้อยู่กับคนที่รักหรือสิ่งที่หวงแหนได้อีกนานเท่าใด ด้วยความบีบคั้นและมืดมัวหาทางออกได้ยากนี้ การได้ปลีกกายและใจสักพัก และกลับมาสู่บ้านของใจภายในตัวเองอีกครั้งอาจจะเป็นทางออกหนึ่งที่ช่วยให้เราแต่ละคนได้พักผ่อนบ้าง นี่เองที่เป็นแนวคิดเริ่มต้นในการจัดกิจกรรมครั้งนี้


 

คำถามจากสรรพสิ่งในป่า


กิจกรรมนี้เริ่มต้นด้วยการทำความรู้จักกัน ด้วยความกะทัดรัดของกิจกรรมซึ่งกระบวนกร (นอร์ท อัครา) ได้เปิดให้มีผู้เข้าร่วมได้เพียงรอบละ 3-5 คนเท่านั้น ทำให้วงสนทนานี้เป็นไปด้วยความใกล้ชิด และ "เสียง" ของทุกคนก็ถูกได้ยิน อีกน่าจะด้วยเพราะความสงบเย็นแต่ชวนหยอกทีเล่นทีจริงของผู้เข้าร่วมและบรรยากาศที่ถูกสร้างขึ้นจึงทำให้การเริ่มต้นกิจกรรมนี้ให้ความรู้สึกสบายอย่างบอกไม่ถูก ถึงขนาดที่บางคนหยิบอาหารขึ้นมาทานไปด้วย (คงหิวล่ะสิ! 555)


จากนั้นเราทุกคนจึงเริ่มเดินทางเข้าสู่ป่าดงดิบด้วยกัน...

การเดินเท้าเข้าป่า (เสมือน) ในครั้งนี้ กระบวนกรพาให้ทุกคนนั่งลงพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ใจกลางของป่า พร้อมกับเสียงของสิงห์สาราสัตว์ แค่ได้พักผ่อนทางใจอย่างนี้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว แต่สิ่งที่ตามมาอีกและเป็นแกนกลางของกิจกรรมด้วยคือ "คำถาม" ที่สรรพสิ่งในป่าชวนพวกเราทุกคนให้ทบทวนและแบ่งปันคำตอบเพื่อเรียนรู้จากกันและกัน


กระบวนการในช่วงนี้ค่อนข้างเข้มข้น และสิ่งที่เกิดขึ้นคือความมหัศจรรย์ที่ผู้เข้าร่วมแต่ละคนได้แบ่งปันให้แก่ตนเองและเพื่อนร่วมวงทุกคน


(เราขอปิดส่วนนี้ไว้เป็นความลับ เนื่องจากเป็นข้อมูลส่วนบุคคล)


 

เสียงแว่วจากผืนป่า


หลังจากทุกคนได้เรียนรู้บทเรียนของตนเองในผืนป่านั้นด้วยใจที่อิ่มฟูแล้ว ก็ถึงเวลาเดินทางออกจากป่าและเป็นช่วงเวลาของการถอดบทเรียนร่วมกัน แต่ละคนอาจได้ค้นพบบางสิ่งบางอย่างจากช่วงเวลานี้ ซึ่งอาจติดทนนานตลอดไป หรืออาจหลงลืมไปง่ายๆ หลังจากนี้ แต่ความคงทนหรือไม่นั้นก็อาจไม่ใช่สิ่งสำคัญอะไร เพราะความมหัศจรรย์ได้เกิดขึ้นแล้วในการได้พักหัวใจของตัวเองวันนี้ ช่วงเวลานี้


ด้วยบทเรียนที่ผืนป่าได้มอบให้ และด้วยความขอบคุณที่ผืนป่าได้รับฟังเสียงของพวกเราในการเดินทางภายในครั้งนี้ Soul School Society จึงขอเปิดพื้นที่หลังกิจกรรมด้วยเนื้อหาส่วนต่อไป เพื่อให้ทุกคนได้ "ฟังเสียงของผืนป่า" บ้างเช่นกัน